รถสตาร์ทไม่ติด เกิดจากอะไร เช็คตามเสียงและไฟหน้าปัด ทำยังไงดี

รถสตาร์ทไม่ติด เกิดจากอะไร เช็คตามเสียงและไฟหน้าปัด ทำยังไงดี

รถสตาร์ทไม่ติด เกิดจากอะไร ส่วนใหญ่เกิดจาก 4 กลุ่ม คือ แบตหมดหรือแบตเสื่อม ขั้วแบตหลวมหรือมีขี้เกลือ ไดสตาร์ทหรือรีเลย์เสีย และระบบเชื้อเพลิงหรือจุดระเบิด เช่น น้ำมันหมด วิธีแยกเร็วที่สุดคือฟังเสียงตอนบิดกุญแจและดูไฟหน้าปัด ถ้าไฟหรี่และมีเสียงแชะๆ มักเป็นที่แบต แต่ถ้าเครื่องหมุนเร็วปกติแต่ไม่ติด มักไม่ใช่แบต

บทความนี้ช่วยให้รู้ว่ารถของคุณเข้ากรณีไหน ทำอะไรเองได้ก่อน และเมื่อไรควรเรียกช่าง จะได้ไม่เปลี่ยนของผิดจุด

เช็คตามเสียงตอนสตาร์ท: เสียงแบบนี้เป็นที่อะไร

เสียง / อาการที่ได้ยินสาเหตุที่พบบ่อยควรทำอะไร
เงียบสนิท ไฟหน้าปัดไม่ติดเลยแบตหมดเกลี้ยง หรือขั้วแบตหลุดตรวจขั้วแบต แล้วจั๊มแบต
แชะๆ ถี่ๆ ไฟหน้าปัดกะพริบหรือหรี่แบตอ่อน ไฟไม่พอหมุนไดสตาร์ทจั๊มแบต แล้วตรวจแบตและไดชาร์จ
แกร๊กดังครั้งเดียว ไฟหน้าปัดสว่างปกติไดสตาร์ทหรือรีเลย์สตาร์ทจั๊มมักไม่ช่วย ให้ช่างตรวจไดสตาร์ท
เครื่องหมุนช้าๆ ลากยาว แล้วไม่ติดแบตเสื่อม ค่ากำลังสตาร์ท (CCA) ไม่พอวัดแบต มักถึงเวลาเปลี่ยน
เครื่องหมุนเร็วปกติ แต่ไม่ติดน้ำมันหมด ปั๊มติ๊ก หัวเทียน ระบบจุดระเบิดเช็คน้ำมัน ถ้ามีน้ำมันให้เข้าอู่
ติดแล้วดับทันทีระบบกันขโมย (Immobilizer) หรือเชื้อเพลิงลองกุญแจสำรอง หรือให้ช่างสแกน

เช็คไฟหน้าปัดประกอบ

  • ไฟหน้าปัดไม่ติดเลย ไฟไม่ถึงระบบ มักเป็นแบตหมดหรือขั้วหลุด
  • ไฟติดแต่หรี่ลงมากตอนสตาร์ท แบตจ่ายกระแสไม่พอ
  • ไฟรูปแบตเตอรี่ขึ้นค้างตอนขับ ก่อนรถดับ มักเป็นไดชาร์จไม่ชาร์จไฟ แบตเลยหมด อ่านวิธีแยกที่ ไดชาร์จเสีย หรือ แบตเสีย
  • ไฟรูปกุญแจหรือรูปรถกะพริบ อาจเป็นระบบกันขโมยไม่รู้จักกุญแจ

สาเหตุที่คนมักมองข้าม

ถ่านรีโมทกุญแจหมด (รถปุ่มสตาร์ท)

รถแบบกดปุ่มสตาร์ทบางรุ่นจะหากุญแจไม่เจอเมื่อถ่านรีโมทอ่อน หลายรุ่นแก้ชั่วคราวได้โดยนำตัวรีโมทไปแตะหรือวางใกล้ปุ่มสตาร์ทแล้วกดสตาร์ท ดูวิธีของรุ่นรถในคู่มือประจำรถ

เกียร์ไม่อยู่ตำแหน่ง P หรือ N

รถเกียร์อัตโนมัติจะไม่ยอมสตาร์ทถ้าเกียร์ไม่อยู่ที่ P หรือ N ลองเลื่อนเกียร์ให้เข้าที่แล้วสตาร์ทใหม่

พวงมาลัยล็อก บิดกุญแจไม่ไป

หมุนพวงมาลัยซ้ายขวาเบาๆ พร้อมบิดกุญแจ ตัวล็อกจะคลาย

น้ำมันหมด หรือเกจน้ำมันเพี้ยน

ถ้าเครื่องหมุนดีแต่ไม่ติด และเพิ่งวิ่งมาไกล อย่าเพิ่งมองข้ามเรื่องน้ำมัน ในอุดรธานี นาราแบตเตอรี่มีบริการเติมน้ำมันฉุกเฉินถึงที่ด้วย

รถสตาร์ทไม่ติด ทำอะไรได้เองก่อนเรียกช่าง

  1. ปิดไฟหน้า แอร์ วิทยุ ถอดอุปกรณ์ที่เสียบชาร์จ
  2. เช็คเกียร์ให้อยู่ P หรือ N และลองหมุนพวงมาลัยถ้าล็อก
  3. เปิดฝากระโปรง ดูว่าขั้วแบตหลวมหรือมีขี้เกลือไหม
  4. สตาร์ทครั้งละไม่เกิน 5–10 วินาที เว้นช่วงพักครึ่งนาที อย่ากดค้างนาน
  5. ถ้ามีสายพ่วงและรถอีกคัน จั๊มแบตตามวิธีที่ถูกต้องใน วิธีจั๊มแบตรถยนต์อย่างปลอดภัย

ถ้ารู้แล้วว่าเป็นที่แบตหมด อ่านขั้นตอนละเอียดต่อที่ แบตรถหมด ทำไง

เมื่อไรควรเรียกช่าง

  • จั๊มแล้วยังไม่ติด หรือติดแล้วดับอีก
  • มีเสียงแกร๊กครั้งเดียวทั้งที่ไฟหน้าปัดสว่าง
  • แบตบวม มีกลิ่นฉุน หรือมีน้ำกรดรั่ว ห้ามจั๊มเอง
  • ไฟรูปแบตขึ้นตอนขับก่อนรถดับ
  • แบตใช้มาเกิน 2 ปีและสตาร์ทไม่ติดซ้ำ

ช่างจะวัดแรงดันแบต ทดสอบกำลังสตาร์ท และวัดไฟชาร์จ เพื่อบอกได้ชัดว่าเสียที่แบต ไดชาร์จ หรือไดสตาร์ท ถ้าไม่ใช่แบตก็จะบอกตรงๆ ดูรายละเอียดบริการที่ บริการของเรา

คำถามที่พบบ่อย

รถสตาร์ทไม่ติด แต่ไฟหน้าปัดติด เป็นที่แบตไหม

อาจเป็นหรือไม่เป็นก็ได้ ถ้าไฟหน้าปัดหรี่ลงมากตอนสตาร์ท มักเป็นแบต แต่ถ้าไฟสว่างปกติและได้ยินเสียงแกร๊กครั้งเดียว มักเป็นไดสตาร์ท

สตาร์ทไม่ติดตอนเช้า แต่ตอนบ่ายติดปกติ

เป็นอาการของแบตที่เริ่มเสื่อม เพราะแบตจ่ายไฟได้น้อยลงตอนอากาศเย็นและหลังจอดทั้งคืน ควรวัดค่าแบตก่อนจะสตาร์ทไม่ติดเลย

รถดีเซลสตาร์ทไม่ติดต่างจากเบนซินไหม

รถดีเซลต้องใช้แรงสตาร์ทสูงกว่า แบตที่เริ่มเสื่อมจึงแสดงอาการเร็วกว่า และถ้าหมุนดีแต่ไม่ติด อาจเกี่ยวกับระบบหัวเผาหรือเชื้อเพลิง

ไม่แน่ใจเรื่องแบตของรถคุณ ทัก LINE @udonservice หรือโทร 080-9194555 ช่างนัท นาราแบตเตอรี่ วัดค่าแบตและเปลี่ยนให้ถึงที่ในอำเภอเมืองอุดรธานี ตลอด 24 ชั่วโมง แจ้งราคาก่อนทุกครั้ง · อ่านเรื่องอื่นต่อได้ที่ คลังความรู้แบตเตอรี่รถยนต์

แบตหมด รถสตาร์ทไม่ติด? เรียกช่างนัทได้ 24 ชม.

เปลี่ยนแบตถึงที่ทั่วอุดรธานี เช็ครุ่นย่อยและฝั่งขั้วให้ตรงรถ แจ้งราคาก่อนทุกครั้ง

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

แชทกับช่างโทร 080-9194555