จั้มแบตรถยนต์ วิธีพ่วงแบตอย่างปลอดภัย และเมื่อไรควรเรียกช่าง

ช่างต่อสายพ่วงจั้มแบตรถยนต์ระหว่างรถสองคัน

จั้มแบตรถยนต์ หรือการพ่วงแบต คือการยืมไฟจากรถอีกคันหรือจากเครื่องจั้มสตาร์ท เพื่อช่วยให้รถที่แบตหมดสตาร์ทติด ลำดับที่ปลอดภัยคือ สายแดงหนีบขั้วบวกคันแบตหมด แล้วขั้วบวกคันแบตดี จากนั้นสายดำหนีบขั้วลบคันแบตดี และปลายสุดท้ายหนีบจุดกราวด์ที่เป็นโลหะของเครื่องยนต์คันแบตหมด

ถ้าต่อผิดลำดับหรือต่อสลับขั้ว อาจเกิดประกายไฟ ฟิวส์ขาด กล่องควบคุมรถเสียหาย หรือแบตระเบิดได้ บทความนี้อธิบายทีละขั้นตอน พร้อมบอกว่ากรณีไหนไม่ควรจั้มเอง

เตรียมตัวก่อนจั้มแบตรถยนต์

  • สายพ่วงแบตที่สภาพดี ปากคีบแน่น สายไม่ฉีกขาด ยิ่งสายเส้นใหญ่ยิ่งดี
  • รถคันที่แบตดีควรใช้แบตแรงดัน 12 โวลต์เหมือนกัน และขนาดไม่เล็กกว่ากันมาก
  • จอดรถสองคันให้สายถึง แต่ตัวรถห้ามแตะกัน ดับเครื่องทั้งสองคัน ดึงเบรกมือ
  • ปิดไฟหน้า แอร์ วิทยุ และอุปกรณ์ไฟฟ้าทั้งหมดของทั้งสองคัน
  • ดูสภาพแบตคันที่หมดก่อน ถ้าบวม แตก รั่ว หรือมีกลิ่นฉุนแรง ห้ามจั้ม
  • ถอดเครื่องประดับโลหะ ห้ามสูบบุหรี่หรือมีเปลวไฟใกล้ๆ

ขั้นตอนต่อสายพ่วงที่ถูกต้อง

  1. สายแดงปลายที่ 1 หนีบขั้วบวก (+) ของแบตคันที่หมด
  2. สายแดงปลายที่ 2 หนีบขั้วบวก (+) ของแบตคันที่ดี
  3. สายดำปลายที่ 1 หนีบขั้วลบ (-) ของแบตคันที่ดี
  4. สายดำปลายที่ 2 หนีบจุดโลหะเปลือยที่ยึดกับเครื่องยนต์ของคันที่แบตหมด ให้ห่างจากตัวแบต เช่น หูยกเครื่องหรือน็อตที่ตัวเครื่อง
  5. ติดเครื่องคันที่แบตดี ปล่อยเดินเบาหรือเร่งเล็กน้อยสัก 2 ถึง 3 นาที
  6. สตาร์ทคันที่แบตหมด ถ้ายังไม่ติด รอสักครู่แล้วลองใหม่ อย่าสตาร์ทค้างนานเกินประมาณ 5 ถึง 10 วินาทีต่อครั้ง
  7. เมื่อติดแล้ว ถอดสายย้อนลำดับ คือ ดำที่กราวด์ ดำที่คันดี แดงที่คันดี และแดงที่คันแบตหมด ระวังปากคีบแตะกัน

ทำไมปลายสุดท้ายต้องหนีบกราวด์ ไม่ใช่ขั้วลบแบต

จังหวะหนีบปลายสุดท้ายมักเกิดประกายไฟเล็กๆ ส่วนแบตที่ไฟหมดหรือเพิ่งถูกชาร์จอาจมีแก๊สไฮโดรเจนออกมารอบๆ การหนีบให้ห่างจากแบตช่วยลดความเสี่ยงที่ประกายไฟจะไปเจอแก๊ส

สายพ่วงกับเครื่องจั้มสตาร์ท ต่างกันอย่างไร

หัวข้อสายพ่วงแบตเครื่องจั้มสตาร์ทพกพา
ต้องใช้รถอีกคันไหมต้องใช้ไม่ต้อง
ความสะดวกต้องจอดรถให้สายถึงใช้ได้แม้รถจอดในซอกหรือลานจอด
ข้อควรระวังลำดับการต่อสายและขั้วรถสองคันต้องชาร์จเครื่องให้พร้อมเสมอ
เหมาะกับกรณีฉุกเฉินที่มีเพื่อนช่วยคนที่ขับคนเดียวบ่อย

หลังจั้มติดแล้วต้องทำอะไรต่อ

อย่าดับเครื่องทันที ปล่อยให้ไดชาร์จชาร์จไฟคืนแบตอย่างน้อย 20 ถึง 30 นาที ดีที่สุดคือขับต่อเนื่อง ถ้ามีมิเตอร์ วัดที่ขั้วตอนติดเครื่องควรได้ราว 13.8 ถึง 14.4 โวลต์ ถ้าต่ำกว่านี้มาก ไดชาร์จอาจมีปัญหา

ถ้าวันรุ่งขึ้นสตาร์ทไม่ติดอีก แปลว่าแบตเก็บไฟไม่อยู่แล้ว หรือมีอะไรในรถกินไฟตอนจอด ควรให้ช่างวัดสภาพแบต ไม่ควรจั้มวนไปเรื่อยๆ เพราะเสี่ยงดับกลางทาง

เมื่อไรควรเรียกช่างแทนการจั้มเอง

  • แบตบวม แตก มีน้ำกรดรั่ว หรือมีกลิ่นเหม็นรุนแรง
  • จั้มแล้วยังไม่ติด หรือมีแต่เสียงแตกๆ อาจเป็นมอเตอร์สตาร์ทหรือขั้วหลวม
  • รถยุโรปหรือรถรุ่นใหม่ที่คู่มือกำหนดจุดจั้มเฉพาะ และไม่แน่ใจตำแหน่ง
  • รถระบบ Start-Stop หรือไฮบริด ที่มีข้อกำหนดพิเศษตามคู่มือ
  • ต้องจั้มซ้ำบ่อยๆ แปลว่าต้องหาต้นเหตุ
  • ไม่มีรถคันอื่นหรือเครื่องจั้ม และอยู่ในที่เปลี่ยว

ร้านนาราแบตเตอรี่ รับจั้มแบตนอกสถานที่ และถ้าวัดแล้วแบตเสื่อม ก็ เปลี่ยนแบตให้ตรงจุด ได้ทันที ดูรายละเอียดกรณีรถสตาร์ทไม่ติดได้ที่หน้า แบตหมด สตาร์ทไม่ติด อุดรธานี และเช็คพื้นที่ที่ช่างไปถึงได้ที่ พื้นที่ให้บริการ

เลือกสายพ่วงให้เหมาะ

  • สายเส้นใหญ่ สายที่เล็กเกินไปจะร้อนและส่งกระแสได้ไม่พอ โดยเฉพาะกับเครื่องดีเซล
  • ปากคีบแน่น คีบแล้วไม่หลุดง่าย หน้าสัมผัสเป็นโลหะสะอาด
  • ความยาวพอ ให้รถสองคันจอดห่างกันได้โดยตัวถังไม่แตะกัน
  • สีสายชัดเจน แดงสำหรับขั้วบวก ดำสำหรับขั้วลบ ลดโอกาสต่อสลับ

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยตอนจั้ม

  • ปล่อยให้ปากคีบแดงและดำแตะกันขณะอีกด้านต่ออยู่ ทำให้เกิดประกายไฟ
  • หนีบสายใกล้พัดลมหรือสายพาน สายอาจถูกดึงเข้าไปเมื่อติดเครื่อง
  • จั้มแบตที่บวม รั่ว หรือมีกลิ่นฉุน ซึ่งเสี่ยงต่อการระเบิดของแก๊สในแบต
  • สตาร์ทค้างนานหลายครั้งติดกัน ทำให้ไดสตาร์ทร้อนจัด
  • ดับเครื่องทันทีหลังจั้มติด แบตยังไม่ได้รับไฟคืน เช้าวันต่อมาก็สตาร์ทไม่ติดอีก

ถ้าไม่มั่นใจขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่ง การเรียกช่างมาจั้มหรือเปลี่ยนแบตให้ปลอดภัยกว่าการลองเอง

คำถามที่พบบ่อย

จั้มแบตรถยนต์ด้วยรถเก๋งไปช่วยรถกระบะได้ไหม

ทำได้ในหลายกรณี ถ้าเป็นระบบ 12 โวลต์เหมือนกัน แต่รถเก๋งแบตเล็กอาจต้องติดเครื่องรอนานขึ้นให้แบตคันเสียได้ไฟบ้าง รถดีเซลลูกใหญ่อาจจั้มติดยากกว่า

ต่อสายสลับขั้วจะเกิดอะไรขึ้น

อาจเกิดประกายไฟแรง ฟิวส์ขาด สายไหม้ หรือกล่องควบคุมรถเสียหาย ถ้าเผลอต่อผิดให้ถอดทันทีและให้ช่างตรวจระบบไฟ

จั้มบ่อยๆ ทำให้รถเสียไหม

การจั้มถูกวิธีไม่ทำให้รถเสีย แต่การต้องจั้มบ่อยเป็นสัญญาณว่าแบตหรือระบบชาร์จมีปัญหา ควรตรวจหาสาเหตุ

ช่างมาจั้มถึงที่ในอุดรธานีได้ไหม

ได้ ตลอด 24 ชั่วโมง ในเมืองอุดรธานีและพื้นที่ใกล้เคียง ในเขตบริการไม่มีค่าเดินทาง นอกเขตมีค่าเดินทางตามระยะทางซึ่งแจ้งก่อนออกไป

รถแบตหมด จั้มเองไม่มั่นใจ ทักมาที่ LINE @udonservice หรือโทร 080-9194555 ช่างนัทไปจั้มหรือเปลี่ยนแบตให้ถึงที่ ทั้งที่บ้าน ที่ทำงาน หรือจุดที่รถจอดเสีย ในเมืองอุดรธานีและพื้นที่ใกล้เคียง บริการ 24 ชั่วโมง

แบตหมด รถสตาร์ทไม่ติด? เรียกช่างนัทได้ 24 ชม.

เปลี่ยนแบตถึงที่ทั่วอุดรธานี เช็ครุ่นย่อยและฝั่งขั้วให้ตรงรถ แจ้งราคาก่อนทุกครั้ง

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

แชทกับช่างโทร 080-9194555